กลับมาแล้ว ตามคำเรียกร้อง (หรือเปล่า) ของคุณฟองเบียร์
ช่วงที่หายไปมัวแต่ยุ่งอยู่กับเรื่องเรียนและสอบ (คอม) และที่ทำงาน ซึ่งมีงานมากมายจริงๆ
เบื่อๆๆๆ กับงานวิจัยที่ยังคงมีอุปสรรคมากมาย เมื่อไหร่จะจบหนอ
ช่วงนี้ก็ว่างนิดนึง และด้วยอารมณ์ บวกกับความคิดที่มันอัดแน่นเต็มสมองอยากจะระบายให้ใครได้อ่านบ้าง
ก็เลยมาบ่นอะไรให้ฟังนิดหน่อย
สืบเนื่องมากผลการเลือกตั้ง ซึ่งทำให้ขณะนี้ประเทศไทยเรามีรัฐบาลป๋าหมาก (ป๋าสมัครรรร) คอยดูแลบริหารกิจการบ้านเมือง แต่จะบริหารอย่างธรรมาภิบาลหรือเปล่า คงต้องใช้เวลาดูกันต่อไป แต่จากข่าวที่มีการนำเสนอมาเรื่องการโยกย้านข้าราชการระดับสูงถึง 4 ตำแหน่งแล้ว และคาดว่าคงจะมีตามมาเรื่อยๆ ทำให้เป็นที่กังขาต่อประชาชนชาวไทยมากมาย เพราะ 4 คนที่ว่านี้ ถ้ามองกันที่ผลงานแล้ว เป็นที่ชื่นชอบของหลายๆ คนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะท่านอดีตอธิบดี DSI และอ่านอดีตผบ.ตร. รวมถึงท่านอดีตเลขาฯอย. เมื่อเปลี่ยนหน้ารัฐบาล ก็คือการเปลี่ยนผู้บังคับบัญชา ท่านย่อมเล็งเห็นแล้วผู้ใต้บังคับบัญชาท่านใดควรจะอยู่ร่วมงานด้วย หรือร่วมทำงานด้วยกันไม่ได้ จึงถึงฤดูกาลโยกย้ายตามมา ก็อาจจะเป็นสัจธรรมของระบบงานราชการ ที่ต้องจำขึ้นใจไว้ต้องทำงานสนองรัฐบาล หรือสนองนโยบาย ส.ส. ก็น่าเห็นใจข้าราชการประจำอยู่เหมือนกัน เปลี่ยนรัฐบาลที ก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาชักมึน ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะเอาใจใครยังงัยดี สุดท้ายทำให้ข้าราชการของเราทั้งหลาย ต้องทำงานแบบที่เราเห็นๆกันอยู่ อันนี้เราก็ต้องเข้าใจ และเห็นใจเค้าบ้างนิดนึง
เข้าเรื่องต่อ มีกระแสข่าวมาอีกว่า จะมีการโยกย้ายท่าน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ (พี่เขยคุณทักษิณ) กลับมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติหลังจากโดนเด้งให้ไปช่วยราชการในยุค คมช.เรืองอำนาจ และเมื่อกลับมาก็อาจจะขึ้นแท่นดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. หึหึ ทีนี้ล่ะ เข้าอีหรอบเดิมอีกแล้ว มีมือที่มองไม่เห็น (invisible hand-หรือคุณเห็น) คอยชักใยอยู่ข้างหลัง มีการวางแผนผังไว้เรียบร้อย ว่าจะให้สมัครพรรคพวก ญาติพี่น้องตัวเอง อยู่ตรงไหน ทีนี้จะทำอะไรก็จะง่ายไปหมด เข้าไปสู่ระบอบเดิมที่ทุกคนคุ้นเคย และเอือมระอา นั่นคือระบอบทักษิณ
ทีนี้ทำงัยดีล่ะพี่น้องครับ กลับไปสู่ยุคเดิม เหมือนยุคก่อนคมช.ปฏิวัติ บอกตรงๆ ทุกวันนี้นั่งดูข่าวแล้วรู้สึกยังงัยก็ไม่รู้ บอกไม่ถูก ใจมันคิดอยู่ว่า ตอนนี้เรามีคุณสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี ในชีวิตนี้ไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำว่าท่านจะได้เป็น คดีรถดับเพลิงล่ะไปถึงไหนแล้ว ข่าวมาจากคนในกทม. รายงานเรื่องผู้ว่าฯกทม.ที่ผ่านมาว่า สมัยท่านพิจิต งบประมาณไม่เหลือหรอ พอตกมาถึงท่านสมัคร ท่านเลยอ้างว่าไม่มีงบประมาณบริหารกทม. ทำให้ท่านไม่ได้ทำงานมากนัก หรือท่านไม่มีงานให้ทำ หรือท่านไม่ทำงานเอ๊ะยังงัย แต่ที่แน่ท่านมีคดีการซื้อรถดับเพลิงของกทม. ติดตัวอยู่ ตอนนี้ข่าวไปถึงไหนแล้ว ทำไมถึงเงียบไป หรือเราไม่ได้ติดตาม
สิ่งที่อยากได้จากนายกรัฐมนตรีคนนี้มากๆ (คือตอนนี้ต้องทำใจยอมรับว่าเป็นท่าน) คือภาวะผู้นำของท่าน ที่หายากมาก บทบาทผู้นำของไทย ซึ่งเมื่อต้องปรากฎสู่สายตาชาวโลก อยากให้ท่านมีความสุขุมเยือกเย็นมากกว่านี้ ความสุภาพอ่อนโยน ก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่พฤติกรรมของท่าน วาจาของท่าน มันขัดกับตำแหน่งของท่านเหลือเกิน ท่านน่าจะไปเป็นนักโต้วาทีมากกว่านายกรัฐมนตรีน่ะ
อีกคนที่ต้องทำใจยอมรับให้ได้ คือ รมว.ต่างประเทศ เรามาดูประวัติท่านนี้กันนิดนึง
นายนพดล ปัทมะ เกิดเมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2504 ที่กิ่งอำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา สำเร็จการศึกษาด้านนิติศาสตร์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดล จบนิติศาสตร์บัณฑิต เกียรตินิยม จากมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด / มหาบัณฑิตจาก มหาวิทยาลัยลอนดอน / เนติบัณฑิตอังกฤษแห่งสำนักลินคอล์น และ M.A. จากมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ....ประวัติการทำงานก็ใช่ย่อย ....อยู่ในแวดวงการเมืองมาพอควร โดยอดีตเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ฯลฯ ที่สำคัญเป็นทนายประจำตระกูลชินวัตร
อยากรู้ว่าท่านทำงานรับใช้แผ่นดินหรือใครกันแน่
และจากการแถลงนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมา นโยบายหลักหลายนโยบาย เป็นนโยบายเก่าสมัย คุณทักษิณ เป็นนายกฯ โดยเฉพาะนโยบายประชานิยม ที่เป็นที่ถูกใจมากคือกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งผลกระทบของมันน่ากลัวยิ่ง ระยะแรก ๆ อาจทำให้ชาวบ้านพึงพอใจที่มีเงินจับจ่ายใช้สอยไม่ขาดมือ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็พบว่าชาวบ้านมีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น เพราะการอัดฉีดเงินสู่ระดับรากหญ้า กระตุ้นการใช้จ่ายบริโภคจนเกินตัวจนเกิดปัญหาหนี้สินตามมา กรณีที่เกิดขึ้นทำให้ชุมชนไม่สามารถพึ่งตัวเองได้เลย ....
ทำงัยดีล่ะประเทศไทย .... แล้วเราจะเดินทางไหนดี
จริงๆ มีอีกหลายเรื่องอยากจะเขียน อยากจะระบาย แต่ขอตัวไปรับประทานอาหารค่ำก่อน กองทัพต้องเดินด้วยท้อง คงต้องต่อไปเป็น "แด่คอการเมืองทั้งหลาย 3"
ขอน้อมรับทุก comment อันมีค่ายิ่งต่อปวงชนชาวไทย
I hope you all have a good evening.
See you later.